นักลงทุนสัมพันธ์

ประวัติบริษัท

บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (เดิมชื่อ บริษัท มุ่งพัฒนา มาร์เก็ตติ้ง จำกัด) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2524 โดยคุณสุเมธ เลอสุมิตรกุล ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องครัวที่มีคุณภาพต่อมาในปี 2531 บริษัทได้รับสิทธิในการผลิต การใช้ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมถึงการใช้เครื่องหมายการค้า "พีเจ้น" (Pigeon) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ซึ่งพีเจ้นเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับแม่และเด็กที่มีชื่อเสียงจากประเทศญี่ปุ่น และด้วยความรู้และประสบการณ์ของผู้บริหารทำ ให้บริษัทมีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ สามารถสรุปได้ดังนี้


2561

การใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 1 (MOONG-W1) ซึ่งใช้สิทธิครั้งสุดท้ายไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 สรุปผลรวมการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิที่จำนวน 2,316,535 หน่วย คิดเป็นจำนวนหุ้นสามัญที่เกิดจากการใช้สิทธิแปลงสภาพ 2,339,889 หุ้น

โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจากการเพิ่มทุนที่เกิดจากกรณีการใช้สิทธิ MOONG-W1 และการใช้สิทธิ ESOP เป็นทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งสิ้นจำนวน 168,639,633.00 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

2560

  1. บริษัทฯ ลดทุนจดทะเบียนจาก 213,488,988 บาท เป็น 170,224,253 บาท โดยตัดหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้จำหน่ายจำนวน 43,264,735 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.00 บาท
  2. ต่อมาบริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 170,224,253 บาท เป็น 170,254,253 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 30,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิของซื้อหุ้นสามัญของบริษัทของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ ครั้งที่ 1 (MOON G-W1)
  3. บริษัทฯ เปิดตัวช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ www.moong-shop.com และช่องทางการจัดจำหน่าย Foodservice
  4. บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์พีเจ้นในลาวอย่างเป็นทางการ

2559

บริษัทฯ ลดทุนจดทะเบียนจาก 200,000,000 บาท เป็น 167,999,968 บาท โดยยกเลิกหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้จำหน่ายจำนวน 32,000,032 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.00 บาท ทั้งนี้ มิได้ยกเลิกหุ้นสามัญที่สำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ ครั้งที่ 1 (MOON G-W1) จำนวน 23,784,184 หุ้น ต่อมาบริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 167,999,968 บาท เป็น 213,488,988 บาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 45,489,020 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ หุ้นละ 1.00 บาท ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

  1. หุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบกำหนดวัตถุประสงค์ จำนวน 2,224,285 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะออกและเสนอขายตามโครงกา ESOP จำนวน 2,000,000 หุ้น และเพื่อรองรับการปรับสิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ ครั้งที่ 1 จำนวน 224,285 หุ้น
  2. หุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General M andate) จำนวน 43,264,735 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right O ffering)

2558

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200,000,000 บาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท โดยมีทุนชำระแล้วทั้งสิ้น 144.157 ล้านบาท และมีรายละเอียดการเพิ่มทุน ดังนี้
  1. หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 24,000,000 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1 (MOON G-W1) มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญแล้ว จำนวน 215,800 หน่วย
  2. หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 5,000,000 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิโครงการ ESOP (MOON G-ESOP) หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 24,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right O ffering) ซึ่งได้รับชำระครบตามจำนวนแล้ว
  3. หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 27,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ยังไม่เริ่มโครงการ
  4. โครงการหุ้นกู้ 500,000,000 บาท
  5. เปิดตัวโครงการ “Thailand Breastfeeding Day By Pigeon” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในประเทศไทย

2554

เปิดตัวโครงการ “Pigeon Little M oments Club” เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า แนะนำและให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัทฯ รวมถึงให้คำปรึกษาในการเลี้ยงดูทารก

2552

นำหุ้นเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI)

2551

บริษัท มุ่งพัฒนามาร์เก็ตติ้ง จำกัด ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 90 ล้านบาท ต่อมาได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน)” รวมถึงเพิ่มทุนจดทะเบียนด้วยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก จำนวน 30 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 90 ล้านบาท เป็น 120 ล้านบาท

2550

บริษัทฯ ได้ซื้อตราสินค้าสไมล์วี สมาร์ทวี และบีแคร์ เป็นสินค้าประเภทของใช้ประจำวันจากบริษัท ไมซีส จำกัด (“ไมซีส”) ซึ่งเคยเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าให้บริษัทฯ ในต่างจังหวัด

2544

YM P เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 300 ล้านบาท แบ่งเป็นจำนวนหุ้น 3,000,000 หุ้น บริษัทฯ ขายหุ้นจำนวน 287,500 หุ้น คืนให้กับโยชิโน ญี่ปุ่น และไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุน จึงทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นคงเหลือร้อยละ 6.0 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว

2543

PIT เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 144 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นจำนวน 14,400,000 หุ้น บริษัทฯ ขายหุ้นจำนวน 840,000 หุ้น คืนให้กับพีเจ้น คอร์ป และไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุน จึงทำให้มีสัดส่วนการถือหุ้นคงเหลือร้อยละ 2.5 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว

2541

TP เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 122 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นจำนวน 1,220,000 หุ้น และบริษัทฯ ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 573,400 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 47 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว

2539

จัดตั้งบริษัท พีเจ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด (“PIT”) โดยทำสัญญาร่วมค้ากับ พีเจ้น คอร์ป โดยมีทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 120 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นจำนวน 12,000,000 หุ้น บริษัทฯ ถือหุ้นจำนวน 1,200,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว

2537

จัดตั้งบริษัท โยชิโน มุ่งพัฒนา (ประเทศไทย) จำกัด (“YM P”) โดยทำสัญญาร่วมค้ากับบริษัท โยชิโน โคเคียวโซ (ประเทศญี่ปุ่น) และบริษัท โนมูระ จิมูโช อิ๊งค์ (ประเทศญี่ปุ่น) โดยมีทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 125 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นจำนวน 1,250,000 หุ้น โดยบริษัทฯ เข้าถือหุ้นจำนวน 437,500 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 35 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว

2535

บริษัท มุ่งพัฒนามาร์เก็ตติ้ง จำกัด ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 50 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายกิจการ;

2533

จัดตั้งบริษัท ไทยพีเจ้น จำกัด (“TP”) โดยการทำสัญญาร่วมค้ากับ พีเจ้น คอร์ป โดยมีทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 20 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นจำนวน 200,000 หุ้น โดยบริษัทฯ ถือหุ้นจำนวน 84,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 42 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว

2531

พีเจ้น คอร์ป (ประเทศญี่ปุ่น) ให้ใช้สิทธิในการผลิต การใช้ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมถึงการใช้เครื่องหมายการค้า “พีเจ้น” (Pigeon) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

2524

คุณสุเมธ เลอสุมิตรกุล ก่อตั้งบริษัท มุ่งพัฒนามาร์เก็ตติ้ง จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท